การนวดแผนไทย ได้รับการพัฒนามาจาก ท่าทางการบริหารตามหลักโยคีของเหล่าฤาษี

0
64

ศาสตร์การนวดแผนไทย ได้รับการพัฒนามาจาก ท่าทางการบริหารตามหลักโยคีของเหล่าฤาษี ชีไพร ผู้ได้บำเพ็ญพรต เจริญภาวนามานานวันละหลายชั่วโมง หรือที่เรียกว่าท่าฤาษีดัดตน เป็นการบริหารร่างกาย หรือกายกรรม เพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งมีผลพลอยได้คือ เพื่อบำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น แก้โรคลมทั้งสรรพางค์กาย แก้เมื่อย แก้ปวด เป็นต้น

นอกจากนี้การนวดแผนไทย ยังอาจมีลีลาวิธีการนวดที่แตกต่างกันไป ๒ แบบ ได้แก่ การนวดแบบราชสำนัก และการนวดแบบเชลยศักดิ์ การนวดแบบราชสำนักแต่เดิมเป็นการนวด เพื่อถวายการรับใช้พระมหากษัตริย์ และเจ้านายชั้นสูง ในราชสำนัก การถ่ายทอดวิธีการนวดแบบนี้ ต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้เรียน อย่างละเอียดถี่ถ้วน มีขั้นตอนในการสอน โดยเน้นที่จรรยามารยาทของการนวด

ส่วนการนวดแบบเชลยศักดิ์หรือแบบทั่วไป คือการนวดแบบสามัญชน ที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยการฝึกฝนและการบอกเล่า มีแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบกับประสบการณ์ ที่สั่งสมของครูผู้นวด แต่เดิมการถ่ายทอดศาสตร์การนวดไทยแบบนี้ มักสอนและเรียนกันตามบ้านของครูนวด แต่ปัจจุบัน มีโรงเรียนศูนย์การเรียนการสอนตามสถาบันการศึกษา หรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนไทย ส่วนมากการนวดแผนไทยจะใช้เบาะนวดไทยหรือที่นอนนวดไทยเป็นเบาะเสริมในการนวดเพื่อเอื้ออำนวยความสบายในการให้บริการ

ประโยชน์ของการนวดแผนไทยนั้นเป็นการนวดเพื่อสุขภาพและเพื่อให้ความผ่อนคลายผู้ที่มาใช้บริการจะมีอาการเมื่อยล้าเป็นธรรมดาเนื่องจากการทำงานหรือการเดินทางไกล อีกทั้งยังช่วยลดความตึงเครยด ช่วยให้ระบบไหวเวียนโลหิตดีขึ้นและยังช่วยปรับสมดุลในร่างกายอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังสนใจในอาชีพหมอนวดหรือสนใจที่จะเปิดกิจการร้านนวด ควรจะต้องมีการเรียนนวดประคบสมุนไพร ไว้ด้วยเพื่อเป็นบริการเสริมให้กับร้านของตัวเอง โดยเราสามารถหาเรียนนวดประคบสมุนไพรได้ตามโรงเรียนสอนนวดทั่วไป แต่ก็ต้องดูองค์ประกอบของโรงเรียนสอนนวดวันนั้นด้วยว่าเรียนจบมาจะได้มีใบประกาศรับรองหรือไม่ หรือในการเรียนสามารถนำไปใช้งานได้จริงหรือเปล่า

 

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here